<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่นIOC]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“โสภณ” ติดตามผลแก้ไขปัญหายาเสพติด “ยุติธรรม” “Kick off 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด”  ทั่วประเทศ ปราบปรามเด็ดขาด สร้างสังคมไทยปลอดภัย]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/438950</link>
<guid isPermaLink="false">1ca67415cbdeb74f262382bdc1444637</guid>
<pubDate>Thu, 06 Nov 2025 15:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมติดตามผลดำเนินการตามนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่หากไม่เร่งแก้ไขสังคมไทยจะเผชิญความยากลำบากในการแก้ไขและฟื้นฟู โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชน ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามผลการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ผ่าน 2 แนวทาง ได้แก่ การบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและแผนงานไปสู่การปฏิบัติในระดับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและการใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีเอกภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด นอกจากนี้ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เปิดปฏิบัติการ &ldquo;Kick Off 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด&rdquo; ครั้งที่ 1/2569 โดยมีการบูรณาการร่วมกันของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กับภาคีเครือข่าย ทั้งตำรวจ ทหาร ปกครอง และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแก้ปัญหายาเสพติด ทั้งมิติการค้าและการแพร่ระบาดในระดับพื้นที่ รวมถึงฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในหมู่บ้าน/ชุมชน ซึ่งมีผลการปฏิบัติการจากเรื่องร้องเรียนที่ประชาชนแจ้งผ่านสายด่วน 1386 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม &ndash; 5 พฤศจิกายน 2568 รวมพื้นที่ปฏิบัติการทั้งสิ้น 161 จุดปฏิบัติการ ในพื้นที่ 21 จังหวัด 87 อำเภอ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดคดียาเสพติด 41 คน ของกลางยาบ้า 2,700 เม็ด ไอซ์ 65.6 กรัม คีตามีน 2.8 กรัม และนำผู้เสพเข้าสู่การบำบัดรักษา 109 คน ยึดทรัพย์เงินสด 2,502,500 บาท รถยนต์ 1 คัน และอาวุธปืน 1 กระบอก หากประชาชนพบเบาะแสยาเสพติดหรือเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. 1386 &ldquo;ท่านแจ้ง เราจับ&rdquo; เพื่อป้องกันสังคมไทยให้ปลอดภัยจากยาเสพติด<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edusuratthani.prd.go.th/th/file/get/file/20251106bdfb1ce38545f9b8e8fbfd2bf4e1972b153735.jpg' type='image/jpg' length='1182335' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สธ.–แรงงาน ลงนามเชื่อมข้อมูลสุขภาพผู้ประกันตน ม.40 ผ่าน Digital Health Platform  ลดค่าใช้จ่าย ลดภาระงานเจ้าหน้าที่]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/438946</link>
<guid isPermaLink="false">0dcb6e38af5317e6b2689a2fd1290e26</guid>
<pubDate>Thu, 06 Nov 2025 15:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จากนโยบายการเชื่อมโยงข้อมูลบริการด้านสุขภาพระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับ กระทรวงแรงงาน&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ ตามมาตรา 40 ยกระดับคุณภาพการให้บริการ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสิทธิประโยชน์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม&nbsp;พ.ศ. 2533 และเชื่อมโยงข้อมูลใบรับรองแพทย์ดิจิทัลบน Digital Health Platform ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กับระบบเบิกจ่ายประโยชน์ทดแทนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Self Service) สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงแรงงานได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&ldquo;การเชื่อมโยงข้อมูลบริการด้านสาธารณสุข บน Digital Health Platform และข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (DSA)&rdquo; โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยยกระดับคุณภาพและมาตรฐานระบบสุขภาพให้แก่แรงงานนอกระบบ หรือผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ภายใต้มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างสูงสุด และยังลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเป็นการขับเคลื่อนประเทศสู่รัฐบาลดิจิทัล<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edusuratthani.prd.go.th/th/file/get/file/20251106c78e56f62191ee77c6c1491c9a0ac461153331.jpg' type='image/jpg' length='1161612' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. ขยายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สายสีแดง-ม่วง อีก 2 เดือน ถึง 30 พ.ย. 68  เพื่อบรรเทาค่าครองชีพ]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/428114</link>
<guid isPermaLink="false">f50dc205cb62f549533500f5476f8a34</guid>
<pubDate>Wed, 01 Oct 2025 13:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 กำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง&ndash;สีม่วง ในอัตรา 20 บาทตลอดสาย โดยให้ขยายเวลาสิ้นสุดจากเดิม วันที่ 30 กันยายน 2568 ออกไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นอกจากนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมจัดทำแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นระบบและยั่งยืน เพื่อบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน โดยไม่เพิ่มภาระทางการคลัง พร้อมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งภายใน 2 เดือน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edusuratthani.prd.go.th/th/file/get/file/202510010cca241255b3032cd9c59b81beeb9ad6130752.jpg' type='image/jpg' length='1445808' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่ม 850 บาท 2 เดือน พ.ย.- ธ.ค. 68 รวม 1,700 บาทต่อคน]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/428113</link>
<guid isPermaLink="false">69ff841349f5392e2252a906b3b3e9c4</guid>
<pubDate>Wed, 01 Oct 2025 13:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นัดแรกของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุมัติเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2568 ซึ่งจะมีผู้ได้รับสิทธิ์จำนวน 13.4 ล้านคน เป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางสูงและได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว ทั้งนี้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินเพิ่มอีกจำนวน 850 บาทต่อคนต่อเดือนได้เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 รวม 2 เดือนได้รับวงเงินเพิ่มเติมทั้งสิ้น 1,700 บาทต่อคน ซึ่งจากวงเงินเดิมได้รับจำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือนรวมเป็นวงเงินเดือนละ 1,150 บาท แต่ยอดเงินคงเหลือของโครงการในแต่ละเดือนจะไม่ทบไปยังเดือนถัดไป โครงการดังกล่าวใช้จ่ายเงินจากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 22,780 ล้านบาท นอกจากจะช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วยังช่วยเพิ่มกำลังซื้อ เป็นการเพิ่มยอดขายกับร้านธงฟ้าราคาประหยัด และร้านอื่น ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และคาดว่าจะส่งผลให้ GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.07-0.08 ต่อปี<br />
(*เพิ่มเดือนละ 850 บาท 2 เดือน พ.ย. - ธ.ค. : พฤศจิกายน 850+300 = 1,150 บาท ธันวาคม 850+300 = 1,150 บาท)<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edusuratthani.prd.go.th/th/file/get/file/20251001b707bb26fbabfa335580ac9a8a63c825130241.jpg' type='image/jpg' length='1308536' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“คนละครึ่งพลัส” รับสิทธิ์อายุ 16 ปีขึ้นไป ลงทะเบียน ต.ค. ใช้จ่าย พ.ย. - ธ.ค. นี้]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/427882</link>
<guid isPermaLink="false">9581923e90684066bee4658249433f61</guid>
<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 15:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; โครงการ &ldquo;คนละครึ่งพลัส&rdquo; เป็นหนึ่งในโครงการหลักที่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำมาปัดฝุ่นอีกครั้งเพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน หวังสร้างแรงจูงใจในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนเกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ&nbsp;โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลุ่มแรกที่จะได้ใช้จ่ายเงินกับโครงการนี้คือ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13 ล้านคน จะจ่ายเป็นวงเงินรวม 2,000 บาท ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า หลังจากกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี จำนวน 9 ล้านคน คนละ 2,000 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท และผู้ที่อยู่ในระบบภาษี จำนวน 11 ล้านคน คนละ 2,400 บาท จ่ายได้วันละไม่เกิน 200 บาท จะเริ่มให้ลงทะเบียนในเดือนตุลาคม 2568และใช้จ่ายได้ในเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2568 ซึ่งผู้มีสิทธิ์ต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edusuratthani.prd.go.th/th/file/get/file/202509301f8df81815c0c644e7d38c5c65ad04e2151827.jpg' type='image/jpg' length='184093' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“อนุทิน” แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เดินหน้าแก้ปัญหาเร่งด่วน 5 ด้าน วางรากฐานพัฒนาประเทศ]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/427881</link>
<guid isPermaLink="false">38451e9c435fa24312b062fd00984538</guid>
<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 15:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: justify;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยระบุจะยึดหลักสำคัญ 3 ประการ คือ พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และยึดมั่นในหลักนิติธรรม ด้วยระยะเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดและงบประมาณที่รัฐบาลนี้ไม่ได้เป็นผู้จัดทำ จึงได้กำหนดนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ เพื่อคืนความเชื่อมั่นและความสุขให้กับคนไทย 5 ด้าน 15 นโยบายสำคัญ ประกอบด้วย 1. ด้านเศรษฐกิจ เน้นการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ผลักดันโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง&rdquo; แก้ปัญหาหนี้สิน เพิ่มสภาพคล่องแก่สถานประกอบการ SMEs รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เพิ่มการออมของประชาชน ฟื้นความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวด้วยความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก และเร่งแก้ผลกระทบจากสงครามการค้า 2. ด้านความมั่นคง เร่งแก้ไขปัญหากรณีพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาด้วยแนวทางสันติภาพ และรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยและเขตแดนไทย รวมถึงการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ 3. ด้านสังคม ปราบปรามการพนันผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างจริงจัง ไม่สนับสนุนเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีธุรกิจการพนัน รักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกับเจ้าพนักงานของรัฐที่ละเว้นการบังคับใช้กฎหมาย หรือใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ขจัดทุจริตอย่างเด็ดขาดและจริงจัง รวมถึงคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น 4. ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัยและพัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยโดยเฉพาะในพื้นที่ความเสี่ยงสูง และผลักดันการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ 5. ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย จะดำเนินการทุกวิถีทางในการบริหารราชการแผ่นดินให้สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศ พร้อมกับวางรากฐานในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อความอยู่ดี มีสุขของประชาชนชาวไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edusuratthani.prd.go.th/th/file/get/file/20250930cf254a1a4f4c843969108dbe2aa716f4151449.jpg' type='image/jpg' length='1494373' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ธรรมนัส” ลงพื้นที่พิจิตร เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย – ปภ. เตือน 57 จังหวัดรับมือพายุ “บัวลอย” ฝนตกหนักถึง 30 ก.ย. 2568]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/427396</link>
<guid isPermaLink="false">e23c1134e0e27813f7097258031b7ae1</guid>
<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 12:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดพิจิตรเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ มอบถุงยังชีพและปัจจัยการเกษตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพเกษตร ให้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือ พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทั้งแผนปฏิบัติการระยะสั้นและแผนระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ หลายหน่วยงานยังคงติดตามอิทธิพลพายุ &ldquo;บัวลอย&rdquo;&nbsp;ที่อาจทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 29&ndash;30 ก.ย. โดยเฉพาะในภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประกาศให้ 57 จังหวัดเฝ้าระวังใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับมือ โดยสามารถขอความช่วยเหลือได้ทาง Line ID: @1784DDPM หรือสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edusuratthani.prd.go.th/th/file/get/file/20250929025c6bf756f95cd9ba970cdf2e2b35c9125546.jpg' type='image/jpg' length='1583023' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["สีหศักดิ์ รมว.กต." ย้ำจุดยืนใน UNGA80 ไทยยึดสันติภาพ โต้ ทหารและพลเรือนไทยคือเหยื่อ ที่แท้จริง]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/427394</link>
<guid isPermaLink="false">2aae371a84a90312092a256db2238d96</guid>
<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 12:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 80 (United Nations General Assembly : UNGA) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถ้อยแถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตอบโต้ถ้อยแถลงของ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา โดยนายสีหศักดิ์ ระบุว่า กัมพูชายังคงสร้างภาพให้ตนเองเป็นผู้ถูกกระทำ ให้ข้อเท็จจริงในแบบฉบับที่ไม่สามารถยืนยันได้เมื่อถูกตรวจสอบ&nbsp;ซึ่งผู้ถูกกระทำที่แท้จริงคือ ทหารไทยที่ต้องสูญเสียขาจากทุ่นระเบิด คือเด็ก ๆ ที่โรงเรียนถูกโจมตี และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่กำลังจับจ่ายซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อที่ถูกโจมตีจากจรวดของฝ่ายกัมพูชา หมู่บ้านที่กัมพูชาอ้างถึงนั้น ตามข้อเท็จจริงเกิดขึ้นเพราะประเทศไทยตัดสินใจด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรมเปิดชายแดนให้ประชาชนชาวกัมพูชาหลายแสนคนได้หลบหนีจากสงครามกลางเมืองและมีที่พักพิง แต่เมื่อสงครามกลางเมืองสิ้นสุด และที่พักพิงได้ปิดตัวลง หมู่บ้านของกัมพูชายังคงขยายขอบเขตตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้ไทยได้พยายามประท้วงอย่างต่อเนื่องแต่ฝ่ายกัมพูชายังคงเพิกเฉย ทั้งนี้ไทยยังคงยืนยันหาทางออกร่วมกันโดยยึดสันติภาพ ในขณะเดียวกัน ไทยจะยังยืนหยัดเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพของดินแดน และขอเรียกร้องให้กัมพูชาร่วมมือแก้ไขปัญหาผ่านการหารือโดยสันติและกลไกที่มีอยู่ ขณะที่พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ลำดับเหตุการณ์วันที่ 27 กันยายน 2568 ที่กัมพูชาใช้อาวุธยิงหลายขนาดเข้ามาบริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นการจงใจวางแผนสร้างเรื่อง ควบคู่กับการแถลงการณ์และรายงานกล่าวหาไทยในลักษณะกล่าวหาบิดเบือนต่อสังคมโลก&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edusuratthani.prd.go.th/th/file/get/file/20250929c0b7fb8be6df012c6b5d0eb207df1fde124919.jpg' type='image/jpg' length='1329047' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เดินหน้าโครงการ  “คนละครึ่ง พลัส” เริ่ม ต.ค. 68]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/426793</link>
<guid isPermaLink="false">a4d264b04cdefcb4247b38027774f741</guid>
<pubDate>Fri, 26 Sep 2025 11:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family:THSarabunNew;"><strong>อนุทิน หารือ ก.ล.ต. - สธท. เร่งฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย เดินหน้าโครงการ&nbsp;<br />
&ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo; เริ่ม ต.ค. 68</strong></span><br />
รัฐบาลเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;<br />
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะทีมเศรษฐกิจ ประชุมหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เพื่อรับฟังข้อเสนอการปฏิรูปเศรษฐกิจและตลาดทุน โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) นำเสนอประเด็นการแก้ไขกฎหมาย<br />
ที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การผลักดันกฎหมายเพื่อปฏิรูปตลาดทุน และการปรับโครงสร้างภาษีอากรของประเทศไทย ส่วนสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (สธท.) ได้นำเสนอมาตรการ Quick-Big Win<br />
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นนโยบายภาครัฐ พัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ ด้วยกลไกตลาดทุน เพิ่มสภาพคล่องระยะยาวในตลาดไทย และเดินหน้าอนาคตไทยที่ยั่งยืน เช่น การ upskill reskill แรงงานไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะดำเนินการในสิ่งที่สามารถแก้ไขได้ เช่น กฎระเบียบหรือแก้กฎกระทรวงตามกลไกที่มีอยู่ในกระทรวงหรือหน่วยงานต่าง ๆ 4 เดือนนี้น่าจะเพียงพอที่จะสร้างรากฐานที่ดีให้เกิดความต่อเนื่องในอนาคต&nbsp;<br />
และต้องเร่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 29 กันยายน 2568 เพื่อให้ทันต่อการผลักดันงบประมาณปี 2568 ไม่เช่นนั้นอาจทำให้บางโครงการงบประมาณตกไป ซึ่งจะกระทบต่อการดำเนินโครงการ &ldquo;คนละครึ่งพลัส&rdquo; ที่จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งพร้อมเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนได้ในเดือนตุลาคมนี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้เร็วที่สุดช่วงปลายเดือนตุลาคม หรือหากไม่ทันจะเริ่มใช้จ่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2568<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edusuratthani.prd.go.th/th/file/get/file/2025092654bcdbfe36e51f99e8d5543b27888d48113628.jpg' type='image/jpg' length='1382727' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ได้รับผลตอบรับดีมากจากนักท่องเที่ยวไทย]]></title>
<link>https://edusuratthani.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/118184</link>
<guid isPermaLink="false">8d644e46540be6e7206346aa019c1977</guid>
<pubDate>Fri, 02 Sep 2022 10:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>โครงการ &ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&rdquo; ได้รับผลตอบรับดีมากจากนักท่องเที่ยวไทย ช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศให้ฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้รัฐบาลต้องขยายสิทธิโครงการอย่างต่อเนื่องกว่า 4 เฟส รวมทั้ง &ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4 ส่วนขยาย&rdquo; จำนวน 3.5 ล้าน สิทธิ ที่อยู่ระหว่างเปิดให้ประชาชนจองและใช้สิทธิในขณะนี้ยอดจองสิทธิเฉลี่ยวันละ 30,000 สิทธิต่อวัน เฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีคนใช้สิทธิมากถึง 50,000 สิทธิต่อวัน</p>

<p>.</p>

<p>สัญญาณการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว</p>

<p>ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวได้ส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนเห็นได้จาก</p>

<p>ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดย 8 เดือนแรกของปี 2565 มีจำนวนสะสม มากกว่า 4 ล้านคนแล้ว</p>

<p>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานว่า 7 เดือนแรกของปีนี้ มีธุรกิจนำเที่ยวและสำรองการเดินทางจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ 549 ราย ทุนจดทะเบียน 989 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 169% และ 226% ตามลำดับ</p>

<p>.</p>

<p>ธุรกิจนำเที่ยวและสำรองการเดินทางที่ดำเนินกิจการอยู่ ณ 31 ก.ค 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 11,891 ราย และมีมูลค่าทุน 4.3 หมื่นล้านบาท มีนักลงทุนชาวไทยครองแชมป์อันดับ 1 มูลค่าทุน 3.7 หมื่นล้านบาท (ร้อยละ 87.2) รองลงมา คือ จีน ทุน 1.1 พันล้านบาท (ร้อยละ 2.6) เกาหลีใต้ ทุน 528 ล้านบาท (ร้อยละ 1.2) อินเดีย ทุน 445 ล้านบาท (ร้อยละ 1) และสัญชาติอื่น ๆ ทุน 3.4 พันล้านบาท (ร้อยละ <img alt="😎" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t83/1/16/1f60e.png" width="16" /></p>

<p>.</p>

<p>จากการบูรณาการทุกภาคส่วนและมาตรการรัฐบาลที่ออกมาเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เช่น นโยบายเราเที่ยวด้วยกัน มาตรการการเปิดประเทศ การยกเว้นวีซ่าให้อยู่ในไทยได้นานขึ้น รวมถึงการประชาสัมพันธ์จัดงานและโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งจะทำให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวอย่างแน่นอน</p>

<p>.</p>

<p>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดว่าสิ้นปีจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 10 ล้านคน และหากโฟกัสเฉพาะช่วงครึ่งปีหลัง นับจากวันเปิดประเทศ ก.ค &ndash; ธ.ค. จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประมาณ 7.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1,840% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564</p>

<p>.</p>

<p>ปัจจัยหนุนท่องเที่ยวฟื้นนักท่องเที่ยว</p>

<p>การเปิดเที่ยวบินใหม่และการกลับมาเปิดเที่ยวบินที่เคยระงับทำการบินในช่วงการระบาดโควิด</p>

<p>การผ่อนคลายมาตรการขากลับเข้าประเทศของตลาดในหลายภูมิภาค</p>

<p>กรมการบินพลเรือนของจีน เริ่มผ่อนปรนให้สายการบินประเทศต่างๆบินเข้าประเทศได้บ้าง</p>

<p>การเปิดรับนักท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านผ่านด่านชายแดนทางบกของไทย</p>

<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว เช่น การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ สงครามรัสเซีย-ยูเครน ภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกที่อาจกระทบการตัดสินใจของนักท่องเทียวได้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://edusuratthani.prd.go.th/th/file/get/file/2022090266579430f6dd9528e73664493b54c154102957.png' type='image/png' length='559833' />
</item>
</channel>
</rss>
